เกี่ยวกับ Crème Academy

สถาบันการศึกษา Crème Academy เปิดทำการอยู่ในย่านการค้าสำคัญใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นแหล่งรวมการศึกษาศิลปะ สื่อและการบันเทิงชั้นยอด ด้วยเครื่องมือและวิทยาการต่างๆที่พรั่งพร้อมอยู่ในสถาบัน อาทิเช่น Dolby Atmos Sound Studios, Media Labs, Digital Workstations รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ระดับมืออาชีพเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การผลิตสื่อภาพยนตร์ด้วยระบบดิจิตอลและการผลิตเสียง

ที่พิเศษไปกว่านั้น นักเรียนที่ศึกษาหลักสูตร Audio (การปฏิบัติการด้านเสียง วิศวกรรมเสียง) จะได้มีโอกาสใช้สตูดิโออัดเสียง ที่ออกแบบโดยผู้ออกแบบเครื่องเสียงระดับโลก Masami “Sam” Toyoshima ผู้มีผลงานการออกแบบอะคูสติก Abbey Road Studio ที่วง The Beatles เคยใช้สร้างผลงานมาแล้ว และ Olympic Studio ที่มีชื่อเสียงระดับโลกเช่นกัน นอกจากนี้ภายใน Sound Studio ของสถาบันยังมี Genelec Monitors และ AMS Neve Genesys Console สำหรับการทำ mixing and mastering คุณภาพระดับโลก ทั้งนี้ทางสถาบันยังได้รับเลือกให้เป็น Training Centre ของ AMS Neve, UK เจ้าแรกในทวีปเอเชียอีกด้วย

สำหรับนักเรียนหลักสูตร Film (การผลิตสื่อภาพยนตร์) ทางสถาบันยังมีห้อง Green Screen ขนาดใหญ่ไว้ใช้สอนและให้บริการแก่นักเรียน รวมถึงห้องปฏิบัติการ DaVinci Resolve โปรแกรมตัดต่อและเกรดสีวีดิโอ พร้อมแผงควบคุม DaVinci Resolve Advanced Panel ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือถ่ายทำภาพยนตร์ที่ใช้จริงในการถ่ายทำภาพยนตร์ อาทิเช่น BlackMagic URSA cameras, Panasonic, ARRI และ Lighting Kits

ทั้งหมดนี้ได้รับการออกแบบและจัดหาเพื่อให้นักเรียนได้รับการศึกษาที่ตรงตามมาตรฐานอุตสาหกรรมสื่อและวงการบันเทิง รวมทั้งให้ประสบการณ์จริงในการผลิตผลงานด้านเสียงและภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ

ประสบการณ์ด้านการเรียนการสอนกว่า 16 ปี
01

เราผลิตบัณฑิตด้านเสียงและภาพยนตร์ตั้งแต่ปี 2545 เข้าสู่อุตสาหกรรมสื่อและวงการบันเทิง

ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อ
02

เราทำการปรับปรุงหลักสูตรและวิธีการการสอนของเรา ให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมสื่อและวงการบันเทิง รวมถึงการทำให้ทันสมัยอยู่เสมอ

แหล่งเรียนรู้ด้านสื่อสร้างสรรค์
03

เรามีความภาคภูมิใจในสตูดิโอที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ รวมไปถึงการออกแบบอย่างสวยงามซึ่งทำให้นักเรียนของเรามีสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

การสอนที่มีประสิทธิภาพนำไปสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ
04

รูปแบบการสอนของเราส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และช่วยให้นักเรียนสามารถค้นพบวิธีการทำงานของตนเองได้

ประวัติและความเป็นมา

Crème Academy เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2545 ซึ่งเดิมคือสถาบัน SAE Institute ภายใต้สัญญาแฟรนไชส์ เราเป็นสถาบันแรกในประเทศไทยที่ให้การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีและสื่อสร้างสรรค์รวมถึงยังเป็นสถาบันแห่งเดียวที่เปิดสอนหลักสูตรด้านเสียงและภาพยนตร์ (หลักสูตรนานาชาติ)

หลังจากก่อตั้งได้ 11 ปี ทางสถาบันได้ทำการย้ายไปอยู่ในสถานที่อันทันสมัยแห่งใหม่ที่ ZEN@Central World ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สตูดิโอของสถาบันแห่งใหม่ที่ Creme Academy ได้รับการออกแบบโดย Masami “Sam” Toyoshima ซึ่งเป็นผู้ออกแบบเครื่องเสียงที่มีชื่อเสียงในด้านการออกแบบสตูดิโอมากกว่า 250 สตูดิโอรวมทั้งสตูดิโอ Abbey Road และสตูดิโอโอลิมปิก

ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2561 บริษัท Creme Education (Thailand) จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Creme Academy Thailand ปัจจุบันได้ดำเนินการร่วมกับสถาบันและมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อีกทั้ง Crème Academy ยังเป็น ‘AMS Neve Appointed Training Partner’ แห่งแรกของโลก

Crème Academy ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์ด้วยการเรียนการสอนระดับนานาชาติด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยตามมาตรฐานอุตสาหกรรมสื่อ รวมถึงฝึกการทำงานอย่างใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมสื่อในท้องถิ่น เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ในอนาคต ระบบการเรียนการสอนของเราเป็นส่วนสำคัญในการมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงให้นักเรียนได้รับการเรียนรู้ และสามารถเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพในอนาคตได้มากขึ้น

เรียนกับ Creme แล้วได้อะไร?

การศึกษากับเราทำให้คุณมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดในฐานะ Sound Engineer หรือโปรดิวเซอร์ เนื่องจากเรามุ่งเน้นการเรียนรู้ไปยังสองประเด็นสำคัญคือ ความคิดสร้างสรรค์และการปฏิบัติการ ด้วยความสามารถในการสอนตามมาตรฐานอุตสาหกรรม บัณฑิตของเราสามารถปรับตัวเข้ากับรูปแบบและงานในสาขาต่างๆได้มากขึ้น ซึ่งประสบการณ์ที่มากกว่า 16 ปีของเราในฐานะสถาบันการศึกษาด้านสื่อสร้างสรรค์ช่วยให้เราสามารถรักษามาตรฐาน ความสัมพันธ์และความเชื่อมั่น รวมถึงสามารถตอบสนองความต้องการในอนาคตของอุตสาหกรรมสื่อได้ เรามีความภาคภูมิใจที่จะกล่าวว่านักเรียนของเราได้รับการเรียนรู้ในเชิงปฏิบัติมากกว่าหลักสูตรอื่น ๆ และสิ่งนี้ทำให้พวกเขาได้เปรียบทางด้านการทำงานตามความต้องการตลาดแรงงานในปัจจุบัน